ธุรกิจแนวใหม่สร้างรายได้จาก facebook

%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84

จากหลายปีที่ผ่านมา เราจะเห็นการเติบโตด้านธุรกิจได้จากสื่อสังคมออนไลน์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และหลายคนก็หันมาทำธุรกิจผ่านสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้นเช่นกัน แต่ใช่ว่าทุกคนจะทำแล้วประสบความสำเร็จเหมือนกันหมด ต้องอาศัยความรู้ในด้านนี้มากๆ เพราะเป็นช่องทางในแนวใหม่ ดังนั้นเรามาดูกันว่ามีสิ่งไหนบ้างที่เราควรศึกษาก่อนลงมือปฏิบัติจริง

  1. การค้าขายผ่าน Facebook Page โดยทำเพจ เพื่อแสดงสินค้า ขายสินค้าโดยตรง
  2. การนำบทความในเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกมาแชร์ใน Facebook เพื่อให้คนเล่นเฟสบุ๊คช่วยแชร์ และเพิ่มโอกาสให้ลูกเพจเข้าไปอ่านบทความในเว็บไซต์อีกทีด้วย

 

ในด้านการวิเคราะห์ตลาด

การตลาดแบบ ( Mass )  คือ การลงโฆษณา ทำการตลาด แบบเจาะกลุ่มเป้าหมายกว้างๆ  จะเจาะเป็นภาพรวมทั้งหมด ทำให้สิ้นเปลื่องงบประมาณเป็นอย่างมาก โดยไม่ค่อยมียอดขายเท่าใดนัก แต่จะมีผลดีในการสร้างแบนด์มากกว่า (เหมาะสำหรับผู้มีงบประมาณสูง)

การตลาดแบบ ( Niche Market ) คือ การลงโฆษณา ทำการตลาด เฉพาะ กลุ่มที่สนใจเท่านั้น โดยผ่านการวิเคราะห์ และวางแผนธุรกิจมาแล้วอยางดี เลือกเฉพาะกลุ่มคนที่สนใจสินค้าของเราเท่านั้น

การตลาดแบบ ( Long Tail ) คือ การลงโฆษณา ทำการตลาดเฉพาะกลุ่มที่สนใจจริงๆเท่านั้น และ ยังระบุ รุ่น ยี่ห้อ ราคา ไว้อย่างสมบูรณ์ วิธีการนี้ บ่อยครั้งที่จะขายสินค้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไรซักคำเดียว

 

นอกจากนี้เรื่องของคอนเทนท์ก็เป็นสิ่งสำคัญ คอนเทนท์นั้นก็คือ เนื้อหาของแบรนด์ ยกตัวอย่างเช่น เว็บ Kaidee.com ที่ทำโฆษณาการตลาดผ่านทุกช่องทาง  แต่ที่เรารู้จักแบรนด์นี้กันก็มาจากช่องทางการโฆษณาผ่านทางโทรทัศน์  แม้ว่าจะเปลี่ยนชื่อมาหลายครั้ง ตั้งแต่เปิดตลาดใหม่ๆในชื่อว่า OLX  จนมาลงตัวในชื่อ ขายดีดอทคอม  ก็เพราะเน้นตลาดล่างเพื่อหาสมาชิก โดยสมาชิกได้สิทธิ์โพสต์ขายของได้ทุกประเภท

สร้างโอกาสทางธุรกิจด้วย Facebook tabs for business ตัวช่วยที่สำคัญในการโฆษณาธุรกิจ

ในยุคนี้ต้องยอมรับว่า Facebook ถือเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการโฆษณาธุรกิจ ธุรกิจหลายรายสร้างธุรกิจให้น่าสนใจและประสบความสำเร็จเพราะอาศัยการโปรโมทสินค้าผ่าน Facebook เพราะหากธุรกิจใดโปรโมทได้น่าสนใจก็จะมีการกด like กด share ส่งต่อกันไปเรื่อยๆ กลายเป็นรูปแบบการทำตลาดที่ง่ายดายและรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง ในอดีตการเปิดเว็บไซต์ร้านค้า มักเป็นร้านใหญ่ๆ หรือกิจการใหญ่ ๆ เพื่อให้เป็นหน้าร้านหรือเป็นช่องทางให้แก่ลูกค้าที่อยู่ต่างถิ่นได้เข้ามาเยี่ยมชมหรือศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของร้าน โดยมักจะไม่ได้มีการลงขายสินค้าอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ซึ่งการเปิดเว็บไซต์ไว้แต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการอัพเดทข้อมูลใหม่ๆ ให้เป็นปัจจุบัน หรือไม่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อโปรโมทสินค้าหรือบริการในเว็บไซต์เลย เว็บไซต์นั้นก็จะถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย

ปัจจุบันถือเป็นโอกาสที่ดีแก่เจ้าของกิจการทั้งหลายที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจหรือต่อยอดธุรกิจ เพราะผู้ให้บริการเว็บไซต์ได้มีการพัฒนา “Facebook tabs for business” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะช่วยทำให้เว็บไซต์ร้านค้า สามารถทำงานเชื่อมโยงประสานกับ Facebook ได้อย่างลงตัว โดยมีการนำเอาจุดแข็งของเว็บไซต์ที่มีความเป็นหลักแหล่งที่มั่นคงและน่าเชื่อถือมาเชื่อมโยงกับ Facebook ที่มีจุดแข็งในเรื่องของการโปรโมทประชาสัมพันธ์แบบปากต่อปากในระหว่างกลุ่มคนที่รู้จักกันต่อเนื่องไปยังคนที่รู้จักในวงกว้างต่อไปเรื่อยๆ การผสานจุดแข็งของเว็บไซต์และ Facebook เข้าด้วยกันนี้นับเป็นอีกก้าวหนึ่งที่จะทำให้การโปรโมทสินค้าและบริการเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์และครอบคลุมมากขึ้น

การพัฒนาคุณลักษณะของเว็บไซด์ให้สามารถเชื่อมโยงกับ Facebook นี้ ทำให้เว็บไซต์กลายเป็นหน้าร้านที่สมบูรณ์แบบ โดยมี Facebook เป็นสื่อในการทำการตลาด มีการแบ่งปันข้อมูลจากเว็บไซต์ ซึ่งหากมีการอัพเดทข้อมูลสินค้าหรือบริการผ่านเว็บไซต์ ข้อมูลที่ปรับปรุงใหม่ก็จะอัพเดทมาที่ Facebook ได้ทันทีโดยอัตโนมัติ นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เป็นช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสร้างรับรู้ให้เพิ่มมากขึ้น

การสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วย Facebook

Facebook คือ เว็บไซต์ Social network เว็บหนึ่ง ซึ่งเว็บไซต์ที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก การได้รับความนิยมของ Facebook อาจเนื่องมาจากบน Facebook นั้น ผู้ใช้งานสามารถใช้เพื่อติดต่อสื่อสารหรือร่วมทำกิจกรรมกับผู้ใช้งานท่านอื่นได้ เช่น การเขียนข้อความ เล่าเรื่อง ความรู้สึก แสดงความคิดเห็นเรื่องที่สนใจ โพสต์รูปภาพ โพสต์คลิปวิดีโอ แชทพูดคุย เล่นเกมที่สามารถชวนผู้ใช้งานท่านอื่นมาเล่นกับเราได้ รวมไปถึงทำกิจกรรมอื่นๆ ผ่านแอพลิเคชั่นเสริมที่มีอยู่อย่างมากมาย ซึ่งแอพลิเคชั่นดังกล่าวได้ถูกพัฒนาเข้ามาเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ เช่น เพื่อความบันเทิง เกม และอื่นๆ ในยุคนี้ต้องยอมรับว่า Facebook ถือเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการโฆษณาธุรกิจ ธุรกิจหลายรายสร้างธุรกิจให้น่าสนใจและประสบความสำเร็จ เพราะอาศัยการโปรโมทสินค้าผ่าน Facebook เพราะหากธุรกิจใดโปรโมทได้น่าสนใจก็จะมีการกด like กด share ส่งต่อกันไปเรื่อยๆ กลายเป็นรูปแบบการทำตลาดที่ง่ายดายและรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งในอดีตการเปิดเว็บไซต์ร้านค้า มักเป็นร้านใหญ่ๆ หรือกิจการใหญ่ ๆ เพื่อให้เป็นหน้าร้านหรือเป็นช่องทางให้แก่ลูกค้าที่อยู่ต่างถิ่นได้เข้ามาเยี่ยมชม โดยมักจะไม่ได้มีการลงขายสินค้า เป็นการเปิดเว็บไซต์ไว้แต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการอัพเดทข้อมูลใหม่ๆ ให้เป็นปัจจุบัน หรือไม่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อโปรโมทสินค้าหรือบริการในเว็บไซต์เลย ปัจจุบันถือเป็นโอกาสที่ดีแก่เจ้าของกิจการทั้งหลายที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจหรือต่อยอดธุรกิจ เพราะผู้ให้บริการเว็บไซต์ได้มีการพัฒนา Facebook tabs for business ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะช่วยทำให้เว็บไซต์ร้านค้า สามารถทำงานเชื่อมโยงประสานกับ Facebook ได้อย่างลงตัว โดยมีการนำเอาจุดแข็งของเว็บไซต์ที่มีความเป็นหลักแหล่งที่มั่นคงและน่าเชื่อถือมาเชื่อมโยงกับ Facebook ที่มีจุดแข็งในเรื่องของการโปรโมทสินค้าและบริการเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์และครอบคลุมมากขึ้น การพัฒนาคุณลักษณะของเว็บไซต์ให้สามารถเชื่อมโยงกับ Facebook นี้ ทำให้เว็บไซต์กลายเป็นหน้าร้านที่สมบูรณ์แบบ โดยมี Facebook เป็นสื่อในการทำการตลาด มีการแบ่งปันข้อมูลจากเว็บไซต์ ซึ่งหากมีการอัพเดทข้อมูลสินค้าหรือบริการผ่านเว็บไซต์ ข้อมูลที่ปรับปรุงใหม่ก็จะอัพเดทมาที่ Facebook ได้ทันทีโดยอัตโนมัติ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวหนึ่งของการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เป็นช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสร้างรับรู้ให้เพิ่มมากขึ้น       แม้ว่าช่องทางออนไลน์จะเป็นที่นิยมเพราะความสะดวกสบายเป็นจุดเด่น แต่หากบริการไม่ดี ผู้บริโภคก็อาจเปลี่ยนใจไปซื้อร้านออนไลน์ร้านอื่นก็ได้

ดังนั้น ผู้ประกอบการขายสินค้าออนไลน์ควรใส่ใจการบริการด้วย เพราะหากบริการแย่หรือไม่ซื่อสัตย์ ร้านของผู้ประกอบการอาจมีชื่อเสียงทางลบในโลกออนไลน์ จนทำให้ลูกค้าไม่อยากมาซื้อด้วยเลยก็ได้ แต่หากใส่ใจในการบริการอีกเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้มากกว่า

Facebook ออกกฎใหม่ให้ใช้ชื่อจริง นามสกุลจริง

facebook-timeline1ปัญหาการถูกเปลี่ยนชื่อเกิดจากการออกนโยบายใหม่ของเฟซบุ๊ก โดยระบุว่าห้ามผู้ใช้งานตั้งชื่อเฟซบุ๊กด้วยนามแฝง เพราะจะทำให้เครือข่ายสังคมออนไลน์นี้ขาดความน่าเชื่อถือ ดังนั้นหากต้องการจะใช้งานต่อไป เฟซบุ๊กจึงบังคับให้ผู้ใช้เปลี่ยนมาใช้ชื่อ-นามสกุลจริง เพื่อรักษาความปลอดภัย และป้องกันการถูกแอบอ้างของผู้ใช้ รวมถึงการนำเฟซบุ๊กไปใช้ในทางผิดกฎหมายนั่นเอง หากใครที่ไม่ได้ใช้ชื่อจริงของตัวเองให้รีบเปลี่ยนชื่อก่อนโดนแบน แต่หากใครที่เปลื่ยนชื่อแล้ว แต่เฟซบุ๊กยังไม่เชื่อว่าเป็นชื่อจริง และโดนแบนแล้วเรียบร้อย ให้ส่งอีเมลที่มีเอกสารและหลักฐานยืนยันตัวตน เช่น สำเนาบัตรประชาชน, ใบขับขี่ ฯลฯ ไปให้ทางทีมงานเฟซบุ๊กตรวจสอบ หากเอกสารทุกอย่างถูกต้องครบถ้วน บัญชีเฟซบุ๊กจะสามารถกลับมาใช้งานได้ปกติ

เราจะสังเกตได้ว่าจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กนั้นเพิ่มสูงมากขึ้น จนแทบจะเลยจำนวนประชากรจริงๆบนโลกไปแล้วด้วยซ้ำ นั่นคือมีคนที่ใช้ 2 บัญชีอยู่เป็นจำนวนมาก และการใช้ชื่อปลอมก็ไม่สามารถยืนยันใดๆได้ เราจะเห็นถึงการล่อลวงหรือการโกงต่างๆ มากมายบนเฟซบุ๊กหรือสังคมออนไลน์อื่นๆที่ไม่ได้มีการใช้ชื่อจริงในการยืนยันตัวเอง ซึ่งนี่คือมาตรการหนึ่งที่อาจจะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้ แม้ว่าจะไม่หมดก็ตาม โชคดีอย่างหนึ่งที่งานนี้เฟซบุ๊กไม่ได้เข้มงวดมากนัก โดยสังเกตจากชื่อเพื่อนแต่ละคนที่เปลี่ยนๆกันมายังคงมีคำแปลกๆที่น่าจะเป็นชื่อของคนไทยได้อยู่บ้าง ที่แน่ๆ คือแต่ละคนใส่ชื่อกลางเข้าไปแทน ทั้งๆที่คนไทยน้อยคนนักที่จะมีชื่อกลาง

ชื่อใดบ้างที่อนุญาตให้ใช้ได้บน Facebook

– สัญลักษณ์ ตัวเลข การใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่ที่ผิดปกติ อักขระที่ซ้ำกัน หรือเครื่องหมายวรรคตอน
– อักขระที่มาจากหลายภาษา
– คำนำหน้าชื่อทุกชนิด (เช่น ทางวิชาชีพ ทางศาสนา)
– คำ วลี หรือชื่อเล่นแทนที่ชื่อกลาง
– คำหยาบคายหรือไม่เหมาะสมทุกชนิด

สิ่งอื่นๆที่ต้องคำนึงถึง

– ชื่อที่คุณใช้ควรเป็นข้อมูลประจำตัวที่แท้จริงของคุณตามที่เพื่อนใช้เรียกคุณในชีวิตจริงและดังเช่นที่แบบฟอร์มการระบุตัวตนซึ่งเป็นที่ยอมรับของเราแสดงไว้
– ชื่อเล่นสามารถใช้เป็นชื่อแรกหรือชื่อกลางได้หากชื่อเหล่านั้นเป็นความหลากหลายของชื่อหรือนามสกุลที่แท้จริงของคุณ
– คุณยังสามารถแสดงชื่อเพิ่มเติมบนบัญชีผู้ใช้ของคุณได้อีกด้วย
– เพจข้อมูลส่วนตัวใช้สำหรับบุคคลธรรมดาเท่านั้น เรามีเพจสำหรับบุคคลในทางวิชาชีพ องค์กร และธุรกิจ
– ไม่อนุญาตให้มีการแอบอ้างเป็นสิ่งใดหรือบุคคลใดทั้งสิ้น

เฟสบุ๊คถือว่าเป็นโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1

18

ในปัจจุบันเฟสบุ๊คถือว่าเป็นโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ก็ว่าได้ โดยตัวเลขผู้ใช้งานทั่วโลกเมื่อเดือน กรกฏาคม ปี 2011 มีมากกว่า 800 ล้านคน ในส่วนของประเทศไทย เฟสบุ๊คถือว่ามีการเติบโตที่ก้าวกระโดดเป็นอย่างมาก.คุณสามารถติดต่อเพื่อนฝูง เล่มเกมส์ และกิจกรรมอื่นๆ เฟสบุ๊ค ไม่ใช่มีเพียงแค่นี้เท่านั้น พลังของผู้บริโภคในเฟสบุ๊ค ถือเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้.ธุรกิจของคุณจะไปได้สวย หากมีการวางแผนและการจัดการที่ดีและถูกต้อง ทางเรามีความยินดีที่จะเสนอบริการการตลาดผ่านเฟสบุ๊คสำหรับธุรกิจของคุณโฆษณาผ่านเฟสบุ๊คจะทำให้คุณสามารถค้นหาผู้เข้าชมหรือกลุ่มลูกค้าที่คุณต้องการได้ โดยการสร้างโฆษณาเพื่อชักจูงใจผู้ใช้เฟสบุ๊ค ทำการใช้จ่ายเงินและดูแลโฆษณา ทางเราพร้อมดูแลและจัดการในส่วนนี้เพื่อให้โฆษณาของคุณประสบผลสำเร็จ

คุณสามารถเชื่อมต่อไปสู่ผู้ใช้งานกว่า 800 ล้านคน โดยกำหนดลักษณะเฉพาะจาก สถานที่,เพศ,ช่วงอายุ, ความสนใจและอื่นๆ เพื่อค้นหาและกำหนดกลุ่มลูกค้าเพื่อเข้ามาเยี่ยมชมและสั่งซื้อสินค้าหรือบริการผ่านทางโฆษณา นอกจากนี้ โฆษณาผ่านเฟสบุ๊คยังเป็นวิธีการโปรโมทสินค้าหรือบริการของคุณให้เป็นที่รู้จัก และค่าใช้จ่ายที่ประหยัดเมื่อเปรียบเทียบกับสื่ออื่นๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์,สื่อวิทยุ และสื่อโทรทัศน์ และการควบคุมงบประมาณโดยง่าย.ทางเราขอเสนอบริการโฆษณาผ่านเฟสบุ๊คเพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับธุรกิจของคุณ

เฟสบุ๊คแฟนเพจ คือ ประวัติและรายละเอียดต่างๆ ของบริษัทหรือธุรกิจที่เชิญชวนผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมและกลุ่มลูกค้า เข้ามาเป็น โดยการสร้างและออกแบบหน้าแฟนเพจให้ดึงดูดความสนใจ รวมทั้งดูแลและจัดการรายละเอียดการทำงานในส่วนต่างๆ ในหน้าเพจ ทางเราพร้อมดูแลและจัดการแฟนเพจของท่านให้ประสบความสำเร็จเฟสบุ๊คแฟนเพจเป็นวิธีการโปรโมทสินค้าหรือบริการของคุณอีกทางหนึ่งเพื่อให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก ทำให้มีผู้เข้าชมเว็บไซต์หลักและสร้างสังคมออนไลน์ต่อธุรกิจของคุณ สามารถอัพโหลด และ โพสข้อความ, รูปภาพ, วีดีโอ และอื่นๆในโปรไฟล์ นอกจากนี้ ยังสร้างความสัมพันธ์และความเชื่อมั่นกับทางลูกค้า คุณสามารถทราบว่า ลูกค้าชอบ ไม่ชอบ และต้องการอะไร เพื่อ ปรับปรุงคุณภาพสินค้าหรือบริการ อย่ามองข้ามพลังของผู้ใช้เฟสบุ๊ค

ธุรกิจเกมส์บน Facebook ธุรกิจใหม่ที่น่าจับตามอง


สังคมออนไลน์เฟสบุ๊ค (Facebook) กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยความนิยมนี้สามารถเอาชนะสังคมออนไลน์ที่เคยฮิตติดลมบนก่อนหน้านี้ได้อย่าง ขาดลอย เพราะเฟสบุ๊คให้อะไรที่มากกว่า ทั้งความยืดหยุ่น แอพพลิเคชั่น ที่มีค่อนข้างเหนือกว่า และจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดนั่นก็คือเกมส์บน Facebook ในช่วง 2-3 ปีมานี้

เกมส์ในเฟสบุ๊คนั้นมีความโดดเด่น ทำให้มีแรงดึงดูดในตัว ที่เปรียบเสมือนแม่เหล็กดึงดูดผู้คนให้มาเข้าร่วมในตัวเฟสบุ๊คเองโดยตลอด ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างติดกันงอมแงม ทำให้ในหลายๆบริษัททำการบล็อกการเข้าใช้เฟสบุ๊คของคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานพนักงานกันเลยทีเดียว ซึ่งทางบริษัทกลัวว่าพนักงานจะมัวนั่งเล่นเกมอย่างเดียวแทนที่จะทำงานนั่นเอง

ความนิยมเกมส์เฟสบุ๊คจึงทำให้เป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนทำธุรกิจการสร้างเกมส์บนเฟสบุ๊ค อีกทั้งในต่างประเทศสามารถทำเงินได้มากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ต่อปีเลยทีเดียว และโอกาสนี้เราขอรวบรวมการวิเคราะห์แนวโน้มของตลาด และวิธีการหาเงินต่างๆ จากธุรกิจเกมส์บนเฟสบุ๊คมาฝากกัน เริ่มจากการหาเงินจากเกมส์ก็สามารถทำได้ง่ายๆ คือ การขายไอเทม(Item) นี่เป็นสูตรสำเร็จที่วงการเกมส์ใช้มานานอยู่แล้ว การขายไอเทมนี้เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ที่ในปัจจุบันต้องมีกันทุกเกมส์ เพราะการขายไอเทมนั้นต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าผู้เล่นเกมส์บางคนอยากได้อะไร ที่เหนือกว่ามีความพิเศษเปรียบเสมือนเป็นทางลัดที่สามารถเอาชนะคนอื่นได้ ถ้าเกมส์ของเราได้รับความนิยมมีผู้เล่นมาก จะมีผู้เล่นประมาณกลุ่มหนึ่งที่เติมเงินหรือใช้บัตรเครดิตในการซื้อของภายในเกมส์ นอกจากการขายไอเท็มในเกมส์แล้ว การขายโฆษณาก็เป็นสิ่งที่ทำรายได้ให้กับผู้ประกอบการด้านนี้ ซึ่งสามารถแทรกโฆษณาลงไปด้านข้าง หรือการแทรกลงไปในตัวเกมส์ ซึ่งเราสามารถต่อรองราคาตามความนิยมของเกมส์ได้

จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าธุรกิจเกมส์บนเฟสบุ๊คเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ และอาศัยความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างเกมส์ออกมาให้คนทั้งโลกได้เล่น อย่ามองโลกในแง่มุมที่แคบจนเกินไป โดยให้แต่คนไทยเท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นการปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยได้

Facebook ชี้เทรนด์การสื่อสารด้วยภาษาสากลมาแรงและก็เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ

ทุกวันนี้เราใช้การสื่อสารด้วยรูปแบบภาษาที่สามารถเข้าใจกันได้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นชาติไหน หรือเรียกว่าเป็นภาษาสากล The New Universal Language เช่น การใช้รูป, สัญลักษณ์อิโมจิ (emoji), สติกเกอร์ และวิดิโอ การสื่อสารจากสิ่งที่เห็นแทนที่ด้วยภาษาที่พูดคุยซึ่งสั้นกระชับ, ประหยัดเวลา และได้ผลอย่างดีมาก ล่าสุด Facebook ก็ออกมาเปิดเผยสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้

ด้วยการที่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในปัจจุบันมีกล้อง ทำให้เราสามารถที่จะเก็บบันทึกความทรงจำได้ทั้งภาพถ่ายและวิดิโอ จึงทำให้สิ่งเหล่านี้ถูกแชร์เพื่อบอกเล่าเรื่องราวขึ้นมาบนช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะบน Facebook ที่มีสถิติเผยถึงการใช้งานของภาษาสากลบนนี้ ดังนี้

ในปีที่ผ่านมาจำนวนวิดีโอที่ได้รับการโพสต์โดยผู้ใช้งานแต่ละรายเพิ่มขึ้นร้อยละ 75 ทั่วโลก และร้อยละ 94 ในสหรัฐอเมริกา
จำนวนวิดีโอบนกระดานข่าวที่ได้รับการโพสต์จากผู้ใช้งานทั่วไปและแบรนด์ เพิ่มขึ้นกว่า 3.6 เท่า เมื่อเทียบปีต่อปี
โดยเฉลี่ย มากกว่าร้อยละ 50 ของผู้ที่เข้าใช้ Facebook ทุกวันในสหรัฐอเมริกา ดูวิดีโออย่างน้อย 1 วิดีโอต่อวัน
ร้อยละ 65 ของสัดส่วนการรับชมวิดีโอบน Facebook ทั่วโลกเกิดขึ้นผ่านโทรศัพท์มือถือ
ร้อยละ 76 ของผู้ใช้งาน Facebook ในสหรัฐอเมริกาบอกว่า เขาพบวิดีโอที่รับชม บน Facebook ซึ่งนับรวมไปถึงบน News Feed เป็นส่วนใหญ่

มันเกี่ยวข้องอย่างไรกับแบรนด์ สำหรับนักการตลาด เทรนด์ของอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่คือโอกาสสำคัญสำหรับแบรนด์ต่างๆ ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายบนหน้าจอมือถือไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม ผ่านการสื่อสารด้วยภาพที่เปี่ยมชีวิตชีวาและไร้ข้อจำกัดของอุปสรรคด้านภาษา

สิ่งที่ควรทำมีดังนี้

ต้องมั่นใจว่าวิดิโอที่ทำออกมาจะต้องเจ๋งตั้งแต่เห็นและเริ่มเปิด เพราะอย่างที่เรารู้ๆ ว่าเราจะสนใจวิดิโอก็ต่อเมื่อมีรูป thumbnail ที่น่าสนใจ หรือเป็นช่วง 3 วินาทีแรกที่มีการเริ่มเล่นแบบอัตโนมัติ ช่วงเวลานี้เป็นเวลาทองคำที่คนสร้างวิดิโอจะต้องวางแผนทำอย่างไรให้ดึงคนที่เห็นหยุดและดูต่อให้จบ
การออกแบบทั้งแบบปิดเสียงและเปิดเสียง ด้วยรูปแบบของวิดิโอบน Facebook เมื่อเปิดบนโมบายล์จะทำการเล่นแบบอัตโนมัติแบบไม่มีเสียง จะต้องคิดว่าคิดว่าเราจะทำอย่างไรให้คนสนใจ อาจจะเป็นการใส่ข้อความแบบ Subtitles หรือเปล่าเพื่อให้คนอยากจะคลิก แต่ก็ต้องเน้นว่าเนื้อหาและเรื่องที่จะเล่าคือเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างแรก
โฟกัสในวัตถุประสงค์ของแคมเปญทั้งหมด การจะทำแคมเปญที่ดีจะต้องใช้ส่วนผสมของวัตถุดิบที่มีความสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นทั้งภาพนิ่ง หรือเป็นวิดิโอ แบรนด์ควรจะต้องสร้างและใช้วัตถุดิบที่มีอย่างเหมาะสม และควรดูว่าจะต้องลงในช่องทางใด, อุปกรณ์ที่เปิดใช้ขนาดหน้าจอแบบไหน, ความเร็วในการเชื่อมต่อ เพื่อที่จะให้เข้าถึงและกระตุ้นความสนใจของคนที่เห็นได้

การทำการตลาดผ่านทาง facebook ผ่านระบบออนไลน์เพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจ


สื่อสังคมออนไลน์เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจที่ใช้สำหรับเผยแพร่ข่าวสารหรือกิจกรรมทางการตลาดที่กำลังจะจัดขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กมักลังเลที่จะทำตลาดด้วยวิธีการนี้เพราะกลัวการเข้าข่ายการโปรโมทสินค้า หรือเข้าข่ายสแปม ซึ่งกว่า 90% ของการใช้งานสื่อ Social Media เพื่อการสื่อสารทั่วๆ ไป แต่ก็ยังพบว่ามีกว่าอีก 10% ที่ใช้ในทางธุรกิจ ในยุคนี้สมัยนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก facebook ดังนั้นเราก็ควรสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เป็นสื่อในการ โปรโมทสินค้าได้ และจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการโปรโมทสินค้าหรือไม่ต้องรอให้ติดอันดับ เพียงแค่ท่านต้องสร้างข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้าให้มากที่สุด และทำให้เป็นจุดสนใจแก่ผู้พบเห็น ยิ่งมีคนเข้าชมมากเท่าไร ก็จะยิ่งเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากเท่านั้น ซึ่งลูกค้าสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ page นั้นๆได้เพียงแต่กด like และการทำ marketing on facebook จะป็นการเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจของท่านด้วยเพราะ facebook เป็นเว็บไซต์ที่คนเข้ากันมากที่สุดลองจากเว็บ google เลยก็ว่าได้

Marketing on facebook เป็นการทำการตลาดผ่านทาง facebook ผ่านระบบออนไลน์หรือระบบ Social media เป็นการโปรโมทสินค้าให้มีคนเข้ามารู้จัก หรือโปรโมทเว็บไซต์ของเรา เพื่อให้ได้กลุ่มลูกค้าที่ตรงตามกลุ่มเป้าหมายที่เราวางไว้ ซึ่งการโปรโมทผ่านระบบออนไลน์นี้เราไม่ต้องกังวลว่าจะติดอันดับบนเว็บเสิร์ชเอ็นจินหรือไม่ เพียงทำอย่าไรให้มีคนสนใจในตัวสินค้าของเรา เพราะเราสามารถโปรโมทสินค้าของเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง และจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงสื่อโฆษณา ซึ่งเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอีกวิธีหนึ่งที่นักการตลาดนิยมที่จะใช้ในการโปรโมทสินค้า

การทำ Marketing On Facebook เพื่อไม่สร้างความรำคาญแก่ลูกค้า
การทำ Marketing on facebook ไม่ให้สร้างความน่าลำคาญให้กับกลุ่มลูกค้า เพราะบางคนใช้สื่อในทางที่ผิดแล้วทำให้เกิด ความลำคาญใจแก่ผู้คนในสังคมออนไลน์โดยการ tag ภาพ ข้อมูลให้กับคนทั่วไปที่เขาไม่ต้องการจึงทำให้การโปรโมทสินค้าเหล่านั้นไม่เกิดประโยชน์อะไรกับท่านเลย แต่กลับเป็นการสร้างความน่าเบื่อ เป็นสิ่งที่เมื่อเปิดเข้าไปดูแล้วต้องมองข้าม ไม่มีสิ่งที่น่าสนใจเลย ดังนั้นท่านควรสร้าง fanpage ขึ้นมาเพื่อให้กลุ่มคนที่มีความสนใจในตัวสินค้าของท่านเข้ามาเพื่อติดตามข้อมูลของท่านเพียงแค่กด like ก็สามารถ ติดตามความเคลื่อนไหวของ Page นั้นๆได้แล้ว

Marketing on facebook สามารถทำได้ 3 แบบ
การทำ Marketing on facebook สามารถทำได้ทั้งแบบ Profile , Group แต่ที่ใช้โปรโมทกันจะเป็นแบบ Page ซึ่งแต่ละอย่างจะมีความแตกต่างกันออกไปดังนี้
1. Profile จะเป็นการส่วนตัวมากน้อยแค่ไหนได้นั้นอยู่ที่ท่านจะตั้งค่าได้
2. Group จะเป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน สามารถพูดคุยสนทนากันได้เป็นกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
3. Page จะเป็นการสร้าขึ้นมาเพื่อเป็นการโปรโมทสินค้า หรือแบรน์สินค้า หรือเป็นการโฆษณาธุรกิจที่คูณทำอยู่ ซึ่งจะสามารถมากเห็นได้ทุกคน จะมีความเป็นสาธารณะสูง เพียงแค่กด like ลูกค้าก็สามารถติดตามความเคื่อนไหวของข้อมูล การอัพเดทต่างๆของสินค้า หรือPage นั้นๆได้ตลอดเวลา

ข้อดีของการมี Facebook Fanpageเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการตลาด

ในเวลานี้หลายบริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแล Fanpageของ Facebook เพื่อเป็นหน้าตาของบริษัท ถึงแม้ว่าสมาชิกไม่ได้ต้องการที่จะซื้อสินค้าหรือบริการก็ตาม แต่ Facebook ช่วยเชื่อมโยงผู้คนให้มารู้จักกับธุรกิจของบริษัทมากขึ้น อีกทั้ง Facebook ยังมีประโยชน์มากมาย

Facebook ช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้าได้ง่ายขึ้น และสมาชิกที่เข้ามาชม Fanpageอาจจะเป็นลูกค้าในอนาคตได้ หรือาจเป็นคนที่อยากร่วมงานกับเรา ตลอดจนถึงสื่อที่สนใจในธุรกิจของเรา เพราะ Fanpageทำให้ผู้คนสามารถเข้ามาติดตามได้โดยไม่ต้องเป็นสมาชิก

Facebook ทำให้คนเข้าเว็บไซต์มากขึ้น โดยในFanpageสามารถลงลิ้งเว็บไซต์ของเราได้ เมื่อผู้ที่สนใจเข้ามาชมสินค้าหรือบริการใน Facebook ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถเข้าชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการได้ทันที ทำให้ทั้งเว็บไซต์และFanpageช่วยในการโปรโมตซึ่งกันและกัน

Facebook ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ seoการมีเนื้อหาเกี่ยวกับบริษัทของเรากระจายอยู่ในหลายๆ เว็บไซต์จะช่วยทำให้การค้นหาผ่าน search engine อย่าง Google มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นทำให้ค้นเจอเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว ข่วยต่อยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้

Facebook ช่วยสร้างสังคมให้กับลูกค้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย Fanpageทำให้กลุ่มลูกค้ามีส่วนร่วมในสินค้าหรือบริการมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถโพสต์ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และอื่นๆ ลงบนโปรไฟล์ Facebook เพื่อแชร์ให้บรรดาแฟนๆ ของสินค้าและบริการได้ชมอีกด้วย ที่สำคัญเรายังสามารถพูดคุยกับลูกค้า ถามคำถาม ความคิดเห็น ความพึงพอใจ และอื่นๆ อีกมากมาย

Facebook ช่วยทำให้สินค้ามีการบอกต่อ มีผู้ใช้จำนวนมากต้องการบอกต่อสินค้าที่ตนเองใช้แล้วได้ผลดีให้เพื่อนหรือคนใน Facebook ได้รู้จัก ดังนั้นการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อสมาชิกจึงสำคัญมาก เพราะผู้คนเหล่านี้เป็นกระบอกเสียงให้กับสินค้าโดยที่เราไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเลย

Facebook ช่วยให้เราตามคู่แข่งทัน ซึ่งในปัจจุบันธุรกิจต่างมี Fanpageเป็นของตนเองและมีการจัดกิจกรรมให้กับสมาชิกอยู่เสมอ ทำให้ฐานลูกค้าแน่น เพราะเหตุนี้เราจึงควรให้ความสำคัญเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการตลาดนั่นเอง

อย่างไรก็ตามการโพสข้อความในหน้า Fanpageจะปรากฏบนหน้าอัพเดตของเราและสมาชิก ทำให้มี Fanpageเพิ่มมากขึ้น เราสามารถใช้ส่วนนี้ให้เป็นประโยชน์ด้วยการสนับสนุนให้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ

การโฆษณาสินค้าและบริการผ่าน Facebook Ads

Facebook เครือข่ายสังคมออนไลน์

ที่มีผู้ใช้เกินกว่า 750 ล้านคนเข้าไปแล้ว หากใครที่เคยเล่น Facebook คงได้มีโอกาสเห็นแถบด้านขวาที่เป็นการแปะป้ายโฆษณาสินค้าต่างๆ ไว้บ้าง ซึ่งนั่นคือหนึ่งช่องทางการหาเงินของ Facebook กับการโฆษณาผ่าน Facebook Ads ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยให้ธุรกิจ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงกลุ่มมากยิ่งขึ้น แถม Facebook Ads นั้นยังมิได้มีคุณค่าเพียงแค่การขายสินค้า เมื่อมีใครคลิกเข้าไปดูบน Ads ของคุณ แต่การให้คนที่ได้เปิดผ่านไปมาได้มีโอกาสและจดจำหรือกระตุ้นความรู้สึกของคนๆนั้นได้อีกด้วย

ปัจจุบันมีคนใช้ Facebook จำนวนมาก และในทุกๆวัน อัตราการเติบโตของยอดคนใช้ Facebook ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง นอกจากนั้น Facebook ยังสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายในเชิงประชากรศาสตร์ เช่น อายุ เพศ การศึกษา ได้อีกด้วย จุดเด่นอีกข้อของ Facebook ก็เห็นจะเป็นการที่เรามี Fan Page บน Facebook และเมื่อมีคนมาเป็น Fan ของหน้าเราแล้ว เราสามารถส่งข่าว หรืออะไรก็ตามที่เราต้องการให้ลูกค้าเห็นได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ตราบเท่าที่เค้ายังเป็น Fan ของหน้า page ใน Facebook ของเราอยู่ จุดเด่นอีกอย่างที่ผมอยากจะกล่าวถึงก็คือ Facebook เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สามารถสร้าง Viral Effect ให้เกิดขึ้นได้

การสร้างโฆษณาหลากหลาย และกำหนดกลุ่มเป้าหมายตามสถานที่ตั้ง ข้อมูลประชากร และความสนใจของกลุ่มเป้าหมายนั้นๆ จากนั้นก็ชักจูงเพื่อนๆของแฟนเพจ โดยการส่งเสริมการเช็คอิน และการเข้าร่วมกิจกรรม หรือจัดทำข้อเสนอเพื่อส่งเสริมให้มีกิจกรรมเพิ่มขึ้นในเพจ เมื่อมีคนโต้ตอบกับเนื้อหาในเพจ เพื่อนๆของพวกเขาจะเห็นกิจกรรมนั้น เมื่อมีคนถูกใจ แสดงความคิดเห็น หรือเช็คอินที่เพจ เราก็จะสามารถโปรโมทกิจกรรมเหล่านั้นให้เพื่อนๆ ของพวกเขาได้ โดยโฆษณาบน Facebook ช่วยให้เชื่อมโยงกับคนที่เหมาะกับธุรกิจ และโฆษณาที่ปรากฏบน Facebook ขึ้นอยู่กับขนาดกลุ่มเป้าหมายและงบประมาณ

ลักษณะและจุดเด่นของ Facebook Ads

โดยโฆษณาจะถูกนำมาแสดงผลให้เห็นตามความสนใจของผู้ใช้ facebook กล่าวคือ ปกติเมื่อใครก็ตามสมัครใช้งานบน facebook ในช่อง Favorites ตรง Interests จะมีให้เลือกว่ามีความสนใจสิ่งไหนบ้าง ซึ่งโฆษณาfacebook ads จะนำจุดตรงนี้มามาเป็นเกณฑ์ในการนำโฆษณาที่เราลงมาแสดงผลให้คนนั้นเห็น จึงเชื่อได้ว่าคนที่คลิกดูโฆษณาของเราใน facebook ads ก็คือคนที่สนใจสินค้าและบริการของเราจริงๆ เมื่อมีคนคลิกที่โฆษณา facebook จะนำคนนั้นไปยังเว็ปไซต์ของผู้ลงโฆษณา หรือถ้าท่านไม่มีเวปไซต์แต่มี “Facebook Fanpage” ก็สามารถกำหนดให้ลิงค์ไปที่ fanpage ของท่านก็ได้ เป็นบริการที่ต้องเสียเงินเช่นเดียวกับ “Google Adwords”

การสร้างโอกาสทางธุรกิจใน Facebook ที่เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กขนาดใหญ่

2

Facebook เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กสำหรับให้ผู้คนมาปฎิสัมพันธ์กัน ไม่ใช่เพื่อเป็นสังคมของการช้อปปิ้ง แล้วทำไมบริษัทของเราถึงควรเสียเวลาและทรัพยากรบุคคลมาคอยดูแล Fan Page ของ Facebook ด้วยล่ะ (Fan Page คือหน้าโปรไฟล์ของบริษัท) ถึงแม้ว่าสมาชิกที่มาเป็นแฟนบริษัทหรือธุรกิจของเราไม่ได้สนใจจะซื้อสินค้าหรือบริการ แต่สิ่งที่พวกเขาก็เชื่อมโยงกับบริษัทในทางใดทางหนึ่ง เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็ยอมรับว่าเป็น ‘แฟน’ ของเราแล้วไงล่ะ และการทำ Fan Page ก็มีประโยชน์มากมายหลายอย่าง มากกว่าที่เราคาดคิดเลยทีเดียว Fan Page ของ Faebook สามารถช่วยในการแบรนดิ้งธุรกิจของเราไปในตัว ซึ่งเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอาจมีคนอีกมากมายกลายมาเป็นลูกค้าของเราในอนาคต หรืออาจเป็นคนที่อยากร่วมงานกับเรา นักลงทุน ตลอดจนถึงสื่อที่สนใจในธุรกิจของเรา ไม่ต้องกลัวว่าการมี Fan Page จะยุ่งยากหรือจำกัดเพราะคนที่มี Facebook เท่านั้นถึงจะสามารถเข้าชม Fan Page ของเราได้ เพราะ Fan Page เปิดให้ทุกคนเข้ามาอ่านหรือดูโปรไฟล์ธุรกิจได้โดยที่ไม่ต้องเป็นสมาชิก ดังนั้นผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตจำนวนมากจึงสามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้าหรือบริการที่เราต้องการโปรโมตได้อย่างง่ายดาย

Facebook อนุญาตให้ใส่ลิงก์เว็บไซต์บริษัทหรือธุรกิจได้ ดังนั้นผู้ที่เข้ามาชมหน้า Fan Page ใน Facebook ซึ่งสนใจและอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือสินค้าบริการของเรามากขึ้นก็สามารถคลิกลิงก์ไปยังเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัทได้เลยทันที นอกจากนี้ก็อย่าลืมใส่ Facebook Widget ซึ่งจะช่วยให้คนที่เข้ามายังเว็บไซต์สามารถคลิกเข้าไปเยี่ยมชมและมากด Like เป็นแฟนในหน้า Fan Page ได้เช่นกัน เมื่อเราทำทั้ง 2 อย่างนี้แล้ว ทั้งงเว็บไซต์และ Fan Page ก็จะสามารถช่วยโปรโมตกันและกันได้ถ้ายังคิดว่า Fan Page ไม่จำเป็นสำหรับธุรกิจอยู่ล่ะก็ ลองมองด้านการแข่งขันดูบ้าง อย่าลืมว่าถ้าคู่แข่งของเราทำ Fan Page ซึ่งมีจำนวนแฟนๆ มากมายและมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับกลุ่มลูกค้าจนความสัมพันธ์เหนียวแน่นจนไม่เหลือที่ว่างให้ธุรกิจของเรา แล้วแบบนี้เราจะมัวรออะไรอยู่อีก เริ่มทำ Fan Page ใน Facebook ตั้งแต่วันนี้เพื่อความได้เปรียบในตลาดและก้าวเป็นหนึ่งในสังคมออนไลน์