Facebook ออกกฎใหม่ให้ใช้ชื่อจริง นามสกุลจริง

facebook-timeline1ปัญหาการถูกเปลี่ยนชื่อเกิดจากการออกนโยบายใหม่ของเฟซบุ๊ก โดยระบุว่าห้ามผู้ใช้งานตั้งชื่อเฟซบุ๊กด้วยนามแฝง เพราะจะทำให้เครือข่ายสังคมออนไลน์นี้ขาดความน่าเชื่อถือ ดังนั้นหากต้องการจะใช้งานต่อไป เฟซบุ๊กจึงบังคับให้ผู้ใช้เปลี่ยนมาใช้ชื่อ-นามสกุลจริง เพื่อรักษาความปลอดภัย และป้องกันการถูกแอบอ้างของผู้ใช้ รวมถึงการนำเฟซบุ๊กไปใช้ในทางผิดกฎหมายนั่นเอง หากใครที่ไม่ได้ใช้ชื่อจริงของตัวเองให้รีบเปลี่ยนชื่อก่อนโดนแบน แต่หากใครที่เปลื่ยนชื่อแล้ว แต่เฟซบุ๊กยังไม่เชื่อว่าเป็นชื่อจริง และโดนแบนแล้วเรียบร้อย ให้ส่งอีเมลที่มีเอกสารและหลักฐานยืนยันตัวตน เช่น สำเนาบัตรประชาชน, ใบขับขี่ ฯลฯ ไปให้ทางทีมงานเฟซบุ๊กตรวจสอบ หากเอกสารทุกอย่างถูกต้องครบถ้วน บัญชีเฟซบุ๊กจะสามารถกลับมาใช้งานได้ปกติ

เราจะสังเกตได้ว่าจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กนั้นเพิ่มสูงมากขึ้น จนแทบจะเลยจำนวนประชากรจริงๆบนโลกไปแล้วด้วยซ้ำ นั่นคือมีคนที่ใช้ 2 บัญชีอยู่เป็นจำนวนมาก และการใช้ชื่อปลอมก็ไม่สามารถยืนยันใดๆได้ เราจะเห็นถึงการล่อลวงหรือการโกงต่างๆ มากมายบนเฟซบุ๊กหรือสังคมออนไลน์อื่นๆที่ไม่ได้มีการใช้ชื่อจริงในการยืนยันตัวเอง ซึ่งนี่คือมาตรการหนึ่งที่อาจจะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้ แม้ว่าจะไม่หมดก็ตาม โชคดีอย่างหนึ่งที่งานนี้เฟซบุ๊กไม่ได้เข้มงวดมากนัก โดยสังเกตจากชื่อเพื่อนแต่ละคนที่เปลี่ยนๆกันมายังคงมีคำแปลกๆที่น่าจะเป็นชื่อของคนไทยได้อยู่บ้าง ที่แน่ๆ คือแต่ละคนใส่ชื่อกลางเข้าไปแทน ทั้งๆที่คนไทยน้อยคนนักที่จะมีชื่อกลาง

ชื่อใดบ้างที่อนุญาตให้ใช้ได้บน Facebook

– สัญลักษณ์ ตัวเลข การใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่ที่ผิดปกติ อักขระที่ซ้ำกัน หรือเครื่องหมายวรรคตอน
– อักขระที่มาจากหลายภาษา
– คำนำหน้าชื่อทุกชนิด (เช่น ทางวิชาชีพ ทางศาสนา)
– คำ วลี หรือชื่อเล่นแทนที่ชื่อกลาง
– คำหยาบคายหรือไม่เหมาะสมทุกชนิด

สิ่งอื่นๆที่ต้องคำนึงถึง

– ชื่อที่คุณใช้ควรเป็นข้อมูลประจำตัวที่แท้จริงของคุณตามที่เพื่อนใช้เรียกคุณในชีวิตจริงและดังเช่นที่แบบฟอร์มการระบุตัวตนซึ่งเป็นที่ยอมรับของเราแสดงไว้
– ชื่อเล่นสามารถใช้เป็นชื่อแรกหรือชื่อกลางได้หากชื่อเหล่านั้นเป็นความหลากหลายของชื่อหรือนามสกุลที่แท้จริงของคุณ
– คุณยังสามารถแสดงชื่อเพิ่มเติมบนบัญชีผู้ใช้ของคุณได้อีกด้วย
– เพจข้อมูลส่วนตัวใช้สำหรับบุคคลธรรมดาเท่านั้น เรามีเพจสำหรับบุคคลในทางวิชาชีพ องค์กร และธุรกิจ
– ไม่อนุญาตให้มีการแอบอ้างเป็นสิ่งใดหรือบุคคลใดทั้งสิ้น

Facebook ชี้เทรนด์การสื่อสารด้วยภาษาสากลมาแรงและก็เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ

ทุกวันนี้เราใช้การสื่อสารด้วยรูปแบบภาษาที่สามารถเข้าใจกันได้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นชาติไหน หรือเรียกว่าเป็นภาษาสากล The New Universal Language เช่น การใช้รูป, สัญลักษณ์อิโมจิ (emoji), สติกเกอร์ และวิดิโอ การสื่อสารจากสิ่งที่เห็นแทนที่ด้วยภาษาที่พูดคุยซึ่งสั้นกระชับ, ประหยัดเวลา และได้ผลอย่างดีมาก ล่าสุด Facebook ก็ออกมาเปิดเผยสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้

ด้วยการที่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในปัจจุบันมีกล้อง ทำให้เราสามารถที่จะเก็บบันทึกความทรงจำได้ทั้งภาพถ่ายและวิดิโอ จึงทำให้สิ่งเหล่านี้ถูกแชร์เพื่อบอกเล่าเรื่องราวขึ้นมาบนช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะบน Facebook ที่มีสถิติเผยถึงการใช้งานของภาษาสากลบนนี้ ดังนี้

ในปีที่ผ่านมาจำนวนวิดีโอที่ได้รับการโพสต์โดยผู้ใช้งานแต่ละรายเพิ่มขึ้นร้อยละ 75 ทั่วโลก และร้อยละ 94 ในสหรัฐอเมริกา
จำนวนวิดีโอบนกระดานข่าวที่ได้รับการโพสต์จากผู้ใช้งานทั่วไปและแบรนด์ เพิ่มขึ้นกว่า 3.6 เท่า เมื่อเทียบปีต่อปี
โดยเฉลี่ย มากกว่าร้อยละ 50 ของผู้ที่เข้าใช้ Facebook ทุกวันในสหรัฐอเมริกา ดูวิดีโออย่างน้อย 1 วิดีโอต่อวัน
ร้อยละ 65 ของสัดส่วนการรับชมวิดีโอบน Facebook ทั่วโลกเกิดขึ้นผ่านโทรศัพท์มือถือ
ร้อยละ 76 ของผู้ใช้งาน Facebook ในสหรัฐอเมริกาบอกว่า เขาพบวิดีโอที่รับชม บน Facebook ซึ่งนับรวมไปถึงบน News Feed เป็นส่วนใหญ่

มันเกี่ยวข้องอย่างไรกับแบรนด์ สำหรับนักการตลาด เทรนด์ของอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่คือโอกาสสำคัญสำหรับแบรนด์ต่างๆ ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายบนหน้าจอมือถือไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม ผ่านการสื่อสารด้วยภาพที่เปี่ยมชีวิตชีวาและไร้ข้อจำกัดของอุปสรรคด้านภาษา

สิ่งที่ควรทำมีดังนี้

ต้องมั่นใจว่าวิดิโอที่ทำออกมาจะต้องเจ๋งตั้งแต่เห็นและเริ่มเปิด เพราะอย่างที่เรารู้ๆ ว่าเราจะสนใจวิดิโอก็ต่อเมื่อมีรูป thumbnail ที่น่าสนใจ หรือเป็นช่วง 3 วินาทีแรกที่มีการเริ่มเล่นแบบอัตโนมัติ ช่วงเวลานี้เป็นเวลาทองคำที่คนสร้างวิดิโอจะต้องวางแผนทำอย่างไรให้ดึงคนที่เห็นหยุดและดูต่อให้จบ
การออกแบบทั้งแบบปิดเสียงและเปิดเสียง ด้วยรูปแบบของวิดิโอบน Facebook เมื่อเปิดบนโมบายล์จะทำการเล่นแบบอัตโนมัติแบบไม่มีเสียง จะต้องคิดว่าคิดว่าเราจะทำอย่างไรให้คนสนใจ อาจจะเป็นการใส่ข้อความแบบ Subtitles หรือเปล่าเพื่อให้คนอยากจะคลิก แต่ก็ต้องเน้นว่าเนื้อหาและเรื่องที่จะเล่าคือเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างแรก
โฟกัสในวัตถุประสงค์ของแคมเปญทั้งหมด การจะทำแคมเปญที่ดีจะต้องใช้ส่วนผสมของวัตถุดิบที่มีความสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นทั้งภาพนิ่ง หรือเป็นวิดิโอ แบรนด์ควรจะต้องสร้างและใช้วัตถุดิบที่มีอย่างเหมาะสม และควรดูว่าจะต้องลงในช่องทางใด, อุปกรณ์ที่เปิดใช้ขนาดหน้าจอแบบไหน, ความเร็วในการเชื่อมต่อ เพื่อที่จะให้เข้าถึงและกระตุ้นความสนใจของคนที่เห็นได้

ข้อดีของการมี Facebook Fanpageเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการตลาด

ในเวลานี้หลายบริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแล Fanpageของ Facebook เพื่อเป็นหน้าตาของบริษัท ถึงแม้ว่าสมาชิกไม่ได้ต้องการที่จะซื้อสินค้าหรือบริการก็ตาม แต่ Facebook ช่วยเชื่อมโยงผู้คนให้มารู้จักกับธุรกิจของบริษัทมากขึ้น อีกทั้ง Facebook ยังมีประโยชน์มากมาย

Facebook ช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้าได้ง่ายขึ้น และสมาชิกที่เข้ามาชม Fanpageอาจจะเป็นลูกค้าในอนาคตได้ หรือาจเป็นคนที่อยากร่วมงานกับเรา ตลอดจนถึงสื่อที่สนใจในธุรกิจของเรา เพราะ Fanpageทำให้ผู้คนสามารถเข้ามาติดตามได้โดยไม่ต้องเป็นสมาชิก

Facebook ทำให้คนเข้าเว็บไซต์มากขึ้น โดยในFanpageสามารถลงลิ้งเว็บไซต์ของเราได้ เมื่อผู้ที่สนใจเข้ามาชมสินค้าหรือบริการใน Facebook ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถเข้าชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการได้ทันที ทำให้ทั้งเว็บไซต์และFanpageช่วยในการโปรโมตซึ่งกันและกัน

Facebook ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ seoการมีเนื้อหาเกี่ยวกับบริษัทของเรากระจายอยู่ในหลายๆ เว็บไซต์จะช่วยทำให้การค้นหาผ่าน search engine อย่าง Google มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นทำให้ค้นเจอเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว ข่วยต่อยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้

Facebook ช่วยสร้างสังคมให้กับลูกค้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย Fanpageทำให้กลุ่มลูกค้ามีส่วนร่วมในสินค้าหรือบริการมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถโพสต์ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และอื่นๆ ลงบนโปรไฟล์ Facebook เพื่อแชร์ให้บรรดาแฟนๆ ของสินค้าและบริการได้ชมอีกด้วย ที่สำคัญเรายังสามารถพูดคุยกับลูกค้า ถามคำถาม ความคิดเห็น ความพึงพอใจ และอื่นๆ อีกมากมาย

Facebook ช่วยทำให้สินค้ามีการบอกต่อ มีผู้ใช้จำนวนมากต้องการบอกต่อสินค้าที่ตนเองใช้แล้วได้ผลดีให้เพื่อนหรือคนใน Facebook ได้รู้จัก ดังนั้นการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อสมาชิกจึงสำคัญมาก เพราะผู้คนเหล่านี้เป็นกระบอกเสียงให้กับสินค้าโดยที่เราไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเลย

Facebook ช่วยให้เราตามคู่แข่งทัน ซึ่งในปัจจุบันธุรกิจต่างมี Fanpageเป็นของตนเองและมีการจัดกิจกรรมให้กับสมาชิกอยู่เสมอ ทำให้ฐานลูกค้าแน่น เพราะเหตุนี้เราจึงควรให้ความสำคัญเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการตลาดนั่นเอง

อย่างไรก็ตามการโพสข้อความในหน้า Fanpageจะปรากฏบนหน้าอัพเดตของเราและสมาชิก ทำให้มี Fanpageเพิ่มมากขึ้น เราสามารถใช้ส่วนนี้ให้เป็นประโยชน์ด้วยการสนับสนุนให้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ

การสร้างโอกาสทางธุรกิจใน Facebook ที่เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กขนาดใหญ่

2

Facebook เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กสำหรับให้ผู้คนมาปฎิสัมพันธ์กัน ไม่ใช่เพื่อเป็นสังคมของการช้อปปิ้ง แล้วทำไมบริษัทของเราถึงควรเสียเวลาและทรัพยากรบุคคลมาคอยดูแล Fan Page ของ Facebook ด้วยล่ะ (Fan Page คือหน้าโปรไฟล์ของบริษัท) ถึงแม้ว่าสมาชิกที่มาเป็นแฟนบริษัทหรือธุรกิจของเราไม่ได้สนใจจะซื้อสินค้าหรือบริการ แต่สิ่งที่พวกเขาก็เชื่อมโยงกับบริษัทในทางใดทางหนึ่ง เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็ยอมรับว่าเป็น ‘แฟน’ ของเราแล้วไงล่ะ และการทำ Fan Page ก็มีประโยชน์มากมายหลายอย่าง มากกว่าที่เราคาดคิดเลยทีเดียว Fan Page ของ Faebook สามารถช่วยในการแบรนดิ้งธุรกิจของเราไปในตัว ซึ่งเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอาจมีคนอีกมากมายกลายมาเป็นลูกค้าของเราในอนาคต หรืออาจเป็นคนที่อยากร่วมงานกับเรา นักลงทุน ตลอดจนถึงสื่อที่สนใจในธุรกิจของเรา ไม่ต้องกลัวว่าการมี Fan Page จะยุ่งยากหรือจำกัดเพราะคนที่มี Facebook เท่านั้นถึงจะสามารถเข้าชม Fan Page ของเราได้ เพราะ Fan Page เปิดให้ทุกคนเข้ามาอ่านหรือดูโปรไฟล์ธุรกิจได้โดยที่ไม่ต้องเป็นสมาชิก ดังนั้นผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตจำนวนมากจึงสามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้าหรือบริการที่เราต้องการโปรโมตได้อย่างง่ายดาย

Facebook อนุญาตให้ใส่ลิงก์เว็บไซต์บริษัทหรือธุรกิจได้ ดังนั้นผู้ที่เข้ามาชมหน้า Fan Page ใน Facebook ซึ่งสนใจและอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือสินค้าบริการของเรามากขึ้นก็สามารถคลิกลิงก์ไปยังเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัทได้เลยทันที นอกจากนี้ก็อย่าลืมใส่ Facebook Widget ซึ่งจะช่วยให้คนที่เข้ามายังเว็บไซต์สามารถคลิกเข้าไปเยี่ยมชมและมากด Like เป็นแฟนในหน้า Fan Page ได้เช่นกัน เมื่อเราทำทั้ง 2 อย่างนี้แล้ว ทั้งงเว็บไซต์และ Fan Page ก็จะสามารถช่วยโปรโมตกันและกันได้ถ้ายังคิดว่า Fan Page ไม่จำเป็นสำหรับธุรกิจอยู่ล่ะก็ ลองมองด้านการแข่งขันดูบ้าง อย่าลืมว่าถ้าคู่แข่งของเราทำ Fan Page ซึ่งมีจำนวนแฟนๆ มากมายและมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับกลุ่มลูกค้าจนความสัมพันธ์เหนียวแน่นจนไม่เหลือที่ว่างให้ธุรกิจของเรา แล้วแบบนี้เราจะมัวรออะไรอยู่อีก เริ่มทำ Fan Page ใน Facebook ตั้งแต่วันนี้เพื่อความได้เปรียบในตลาดและก้าวเป็นหนึ่งในสังคมออนไลน์

facebook จะป็นการเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจของท่าน

Facebook ถือว่าเป็นโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ก็ว่าได้

โดยตัวเลขผู้ใช้งานทั่วโลกที่ผ่านมานั้นมีมากกว่า 800 ล้านคน ในส่วนของประเทศไทย Facebook ถือว่ามีการเติบโตที่ก้าวกระโดดเป็นอย่างมาก คุณสามารถติดต่อเพื่อนฝูง เล่นเกมส์ และกิจกรรมอื่นๆได้ Facebook ไม่ใช่มีเพียงแค่นี้เท่านั้น พลังของผู้บริโภคยังถือเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ ซึ่งธุรกิจของคุณจะไปได้สวยหากมีการวางแผนและการจัดการที่ดีและถูกต้อง ปัจจุบัน facebook มีส่วนช่วยให้ทุกธุรกิจเติบโตได้อย่างง่ายดายและสามารถทำการตลาดได้อย่างง่ายดายและก็ไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย

ในยุคนี้สมัยนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก facebook

ดังนั้นเราก็ควรสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เป็นสื่อในการโปรโมทสินค้าได้ และจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการโปรโมทสินค้าหรือไม่ต้องรอให้ติดอันดับ เพียงแค่ท่านต้องสร้างข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้าให้มากที่สุด และทำให้เป็นจุดสนใจแก่ผู้พบเห็น ยิ่งมีคนเข้าชมมากเท่าไรก็จะยิ่งเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากเท่านั้น ซึ่งลูกค้าสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ page นั้นๆได้เพียงแต่กด like และการทำบน facebook จะป็นการเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจของท่านด้วย

เครื่องมือในการสื่อสารแบบหนึ่งที่มีการกระจายข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว ทั้งข่าวในเชิงบวกและข่าวในเชิงลบ การนำ Facebook มาใช้ในการตลาดควรที่จะเข้าใจหลักการทำงานของ Facebook ก่อน สำหรับข้อดีของการตลาดทาง Facebook ก็คือโพสต์ที่เพื่อนเรามาคลิ๊กไลค์ คอมเมนต์ แชร์ จะไปปรากฏที่หน้าฟีดข่าวของเรา ซึ่งเสมือนเป็นการบอกต่อสินค้าหรือบริการจากเพื่อน ไม่เหมือนการยัดเยียดโฆษณา ซึ่งปัจจุบันคนไม่เชื่อการโฆษณาตรงๆจากสินค้านั้นๆ แต่จะเชื่อสิ่งที่คนอื่นพูดถึงแบรนด์นั้นๆ ซึ่งการตลาดผ่าน Facebook ต้องหาวิธีว่าทำอย่างไรถึงจะมีคนพูดถึงสินค้าของเราใน Network ของเขา

อัตราการเติบโตของการติดโฆษณาในแอพพลิเคชั่นหลายประเภทที่ผ่านมา Facebook มียอดการลงโฆษณาในแอพพลิเคชั่นที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดในช่วงเวลาดังกล่าว ประกอบด้วยโฆษณาบริการค้าปลีก, อีคอมเมิร์ซ, เกม และบริการทางการเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นโอกาสที่นักพัฒนาจะสามารถทำประโยชน์ได้จาก Facebook ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือการลงโฆษณาเกมบนแอพพลิเคชั่นนั้นเป็นทิศทางที่มาแรง